งานก่อสร้าง (Construction)
งานก่อสร้าง เป็นงานที่จัดว่าเป็นกลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายค่อนข้างสูง จากสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานของประเทศไทยพบว่า งานก่อสร้างเป็นกลุ่มกิจการที่มีการประสบอันตรายสูงที่สุดมาโดยตลอด นี่คงเป็นแชมป์ที่เราไม่ต้องการแน่นอนเราลองมาวิเคราะห์สาเหตุของการประสบอันตรายของงานก่อสร้างว่ามาจากสาเหตุใด? เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันต่อๆ ไปอันตรายที่เกิดขึ้นจากงานก่อสร้าง บางครั้งเป็นสาเหตุให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรที่มีคุณค่าในหน่วยงานซึ่งเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นการที่ทราบสาเหตุและการป้องกันไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถควบคุมอันตรายไม่ให้เกิดขึ้นได้ สาเหตุที่ทำให้เกิดอันตรายในงานก่อสร้างอาจแบ่งเป็น 2 ประการ คือ จากสภาพแวดล้อมของการทำงาน และอันตรายที่เกิดจากการกระทำของคน

อันตรายที่เกิดจากการกระทำของคน
อันตรายที่เกิดจากการกระทำของคน เกิดจากร่างกายที่ไม่แข็งแรงมีอาการเจ็บป่วยทำให้เป็นลมหน้ามืด พลัดตกจากที่สูง ภาวะจิตใจไม่ปกติทำให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาท
อันตรายที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก
อันตรายที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติเช่น ฝนตก อาจทำให้เกิดการลื่นล้มหรือถูกฟ้าผ่า ลมแรงทำให้นั่งร้านหรือผนังชั่วคราวพังลงมาทับคนงาน แสงสว่างไม่พอทำให้เกิดการสะดุดหรือตกจากที่สูง

ลักษณะของอันตรายจากงานก่อสร้างและวิธีป้องกัน มีดังนี้
– ตกจากที่สูง เช่น ตกจากนั่งร้าน ตกจากอาคาร ตกจากช่องลิฟต์ หรือตกจากช่องพื้นที่เจาะเปิดไว้ ดังนั้นต้องมีการทำราวกันตกริมอาคาร ปิดกั้นช่องลิฟต์ ทำฝาปิดช่องต่างๆ ทำตาข่ายรองรับ ใช้เข็มขัดนิรภัยเมื่อทำงานในที่สูงและทำนั่งร้านให้แข็งแรง
– การตกน้ำหรือตกรูที่ขุดไว้ เช่น ตกหลุมฐานรากที่มีน้ำท่วมขัง ท่อระบายน้ำ รูเสาเข็มเจาะเป็นต้น จะต้องมีการติดป้ายเตือนให้เห็นชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน ทำรั้วกั้น ปิดฝาท่อ หรือรูเสาเข็ม
– สิ่งของหนักหล่นใส่ เช่น เสาเข็มคอนกรีตล้ม ลูกตุ้มเสาเข็มหล่นทับวัสดุกระเด็นใส่ ต้องมีการเก็บกวาดเศษวัสดุบนพื้นทางให้สะอาดอยู่เสมอ ปิดกั้นขอบพื้นริมอาคาร กั้นผ้าใบรองรับเพื่อป้องกันเศษวัสดุหล่นลงไปเบื้องล่าง
– ไฟฟ้า เช่น จากเครื่องผสมปูน เครื่องสูบน้ำ เครื่องเชื่อมโลหะที่สายไฟฟ้ารั่ว หรือจากไฟฟ้าแรงสูงจึงต้องมีการตรวจสอบสายไฟและอุปกรณ์ก่อนใช้งาน ติดตั้งอุปกรณ์ตัดไฟ เมื่อเกิดการลัดวงจร แจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าให้มาหุ้มฉนวนสายไฟฟ้าแรงสูงบริเวณที่จะทำงาน
– แรงสั่นสะเทือนและเสียงดัง เช่น จากการตอกเสาเข็มการกดเข็มพืด และกดปลอกเหล็กของเสาเข็มเจาะด้วยเครื่องกดแบบสั่น เสียงจากเครื่องตอกเสาเข็ม เครื่องขัดโลหะ ควรใช้แผ่นไม้อัดหรือผ้าใบปิดกั้นเสียง ใช้อุปกรณ์ลดเสียงครอบหรือเสียบหู
– อัคคีภัย เช่น จากไฟฟ้าลัดวงจร การเชื่อมด้วยแก๊สและไฟฟ้า การสูบบุหรี่หรือวางเพลิง ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก การป้องกันต้องมีการตรวจสอบการใช้สายไฟและอุปกรณ์ให้มีความถูกต้อง เก็บกวาดเศษวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง เก็บแก๊สและน้ำมันไว้ในพื้นที่ควบคุม มีเวรยามคอยตรวจสอบความปลอดภัย
– เครื่องจักรฉุดลาก เช่น สายพานฉุดลากผมของคนงานหรือชายเสื้อที่ปล่อยหลุดรุ่มร่าม ควรอบรมให้ผู้ปฏิบัติงานได้รู้ถึงวิธีการใช้เครื่องจักรอย่างถูกต้อง เตือนเรื่องการแต่งกายให้รัดกุม ไม่ประมาทขณะทำงานและหยุดทำงานเมื่อรู้สึกว่าร่างกายไม่ปกติ
– การพังทลายของดิน เช่น ดินปากหลุมพังมาทับคนงาน อาจป้องกันโดยไม่ขุดหลุมลึกเกินไป ถ้าขุดลึกต้องมีระบบค้ำยันป้องกันดินพังควรเคลื่อนย้ายดินปากหลุมออกไปอย่างต่อเนื่องไม่กองไว้จนสูงมาก
– การพังของนั่งร้านและโครงสร้าง เนื่องจากออกแบบไว้ไม่แข็งแรงพอหรือบรรทุกน้ำหนักเกินกำหนด ใช้วัสดุทำนั่งร้านและค้ำยันที่มีสภาพดี แข็งแรง เหล็กเสริมต้องถูกตำแหน่งครบถ้วน ใช้คอนกรีตที่มีส่วนผสมถูกต้อง ไม่ถอดแบบก่อนกำหนด
การลดการประสบอันตรายจากการก่อสร้างเป็นความรับผิดชอบของบุคลากรทุกฝ่าย ตั้งแต่ผู้บริหารโครงการตลอดจนถึงคนงาน ควรมีการฝึกอบรมเรื่องความปลอดภัยในการก่อสร้าง การตรวจความปลอดภัย การประชุมด้านความปลอดภัย รวมทั้งกิจกรรมส่งเสริมด้านความปลอดภัยจึงจะช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
ขอบคุณสำหรับที่มา Thai Work Safe






























































